เซียนเบ็ดบ้านทุ่ง

เซียนเบ็ดบ้านทุ่ง

เช้าวันหยุดวันนี้ จิบกาแฟขมๆ มองออกไปที่ถนน รถวิ่งกันวุ่นวาย แต่จิตใจมองผ่านไปถึงอดีต ถนนเส้นนี้แต่ก่อนตัดผ่านทุ่งนาอันอุดมสมบูรณ์ ต้นข้าวเขียว แตกใบโยกระบำตามสายลม ยามเมื่อข้าวแตกกอใหม่ บอกให้รู้ว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เซียนเบ็ดวัยเยาว์ ยามนั้นจะลิงโลดเฝ้าคอยให้ถึงวันหยุด

กระป๋องนมข้นหวาน ถูกตัดฝาออกด้านหนึ่ง ทุบด้วยค้อนให้ขอบสังกะสีที่ตัดออกเรียบเสมอกัน และไม่บาดมือเวลาใช้งาน เจาะรู 3 รู ร้อยเชือกทำเป็นสายหิ้ว จับจอบเดินไปหลังบ้าน ใต้ต้นไม้ที่มีกองใบไม้เน่าทับถมกันอยู่ ยกจอบขุดงัดดินขึ้นมา 2-3 ที ไส้เดือนกลุ่มใหญ่ก็จะมุดหนีตายออกมา ตัวอวบอ้วนน่ากินจริงๆ หยิบจับใส่กระป๋องจนเต็ม ใส่ดินลงไปเล็กน้อย เพื่อป้องกันไส้เดือนมุดออกจากกระป๋อง เมื่อเหยื่อพร้อมก็เดิมมาหยิบคันเบ็ดไม้ไผ่คันเล็กๆ ที่มัดรวมกันไว้ใต้ถันบ้าน นับแล้วก็ราว 50 คัน คว้าย่ามใสขวดน้ำ กระติบข้าวเหนียว ถุงเกลือและข้องใส่ปลา เดินมุ่งสู่จุดนัดหมาย
สองเท้ารีบปั่น จักรยานน้อย BMX คันเก่ง จุดหมายสี่แยกท้ายหมู่บ้าน ที่เพื่อนจอดรถรออยู่แล้ว เมื่อครบทีมนักล่าบ้านทุ่ง ก็บ่ายหน้ามุ่งสู่นาป้า ด้วยใจหวังว่า วันนี้ล่ะ ปลาตัวโตๆ จะมาอยู่ในข้อง ปั่นกันมาได้ ประมาณ 20 นาทีก็ถึงที่หมาย เหตุที่เลือกนาของป้า เพราะเป็นนาริมทาง มีคันนาเป็นแนวตรง แบ่งกันง่ายและลงตัว อีกอย่างป้าใจดี ถ้าหากหาปลาไม่ได้ ก็จะไปฝากท้องกับป้า ตามประสาเด็กๆ ร่มไม้ริมทางคือจุดรวมพล จอดรถแล้วก็เลือกคันนาคนละเส้น ขั้นตอนแรกจะปักเบ็ด หมายจุด จองทำเลไว้ก่อน จนสุดสายคันนา แล้วเดินเสียบไส้เดือนและปักเบ็ดย้อนกลับ จนหมดทุกค้น แล้วทุกคนก็จะกลับมาร่วมกันที่ใต้ร่มไม้ มือเพลิงก็เริ่มทำงาน ทีมงานหาฟืนก็เก็บกิ่งไม้มาร่วมกัน ก่อกองไฟ ผ่านไปสัก 10 นาที ไฟก็ติดจนเป็นถ่านแดง เวลาในการตามเบ็ดก็เริ่มขึ้น เดินมาถึงเบ้ดคันแรก เสียงน้ำแตกเป็นคลื่นเบาๆ มองลงไปเจ้าปลาหมอตัวน้อยๆ ดิ้นรนสะบัดปากไปมาให้เบ็ดที่เกี่ยวอยู่หลุดออก คันเบ็ดถูกยกขึ้นมาพร้อมมือที่ยื่นไปปลดเบ็ดออกจากปากปลาหมอ ก่อนจะหย่อนลงไปในข้อง เจ้าปลาหมอนอนนิ่งที่ก้นข้อง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเหนื่อยจากการดิ้นรนเอาตัวรอด หรือยอมจำนนต่อโชคชะตาว่าชีวิตไม่รอดแล้ว ตะวันเริ่มร้อนแรง เวลาผ่านไปเป็นเกือบสองชั่วโมง การตามเบ็ดก็สิ้นสุดลง พร้อมกับข้องที่เต็มไปด้วยปลาหมอ วันนี้คงเป็นวันปลาหมอแล้วสิ

เดินมาถึงต้นไม้ เพื่อนๆ ได้ตัดไม้ไผ่มาทำหีบปิ้งปลาเรียบร้อย แต่ละคนจะแบ่งเอาปลาที่จับได้มารวมกันปิ้งเป็นอาหารเที่ยง มองลงไปในข้องหยิบเอาปลามาขนาดโตๆ ออกมา 5 ตัว ทิ้งลงในชาม มือสังหารจัดการขอดเกล็ดและคลุกเกลือ ใส่หีบไม้ไผ่ วางย่างไฟอ่อนๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วนำลายไหล เพื่อนคนหนึ่งตัดใบตองมาทำเป็นจาน พอปลาสุกก็จัดเรียงลงบนตอง มีทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ นอนเรียงรายให้เลือกกินได้ตามใจ น้ำพริกปลาร้าสับ ถูกเทออกมาจากถุง รอรับการจิ้มด้วยข้าวเหนียว เมื่อปลาถูกจัดการหมด หากใครไม่อิ่มก็จะต่อด้วยข้าวจี่โรยเกลือเพิ่มรสชาติ และช่วยย่อยด้วยเรื่องราวทั้งละคร หนัง เรื่องตลก เรื่องฮ่าๆ ของครูและเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ซึ่งจะถูกนำมาเล่าให้เรียกเสียงฮากันมากมาย แล้วต่อด้วยการนอนกลางวัน พักเอาแรง

แดดยามบ่ายแผดเผา เร่าร้อน ทำเอาคนนอนกลางวันเหงื่อตก ต้องถอดเสื้อผ้ามากระโดดน้ำ สระน้ำข้างร่มไม้คือจุดหมาย เสียงตุ้มๆ ตามกันมา แก้ผ้าอาบน้ำกันทั้งทีมแบบไม่อายฟ้าดินกันเลย ทั้งดำน้ำดีดไข่กัน คนดีดก็เฮฮา คนโดนดีดก็หน้าเขียวกันไป เมื่อเล่นน้ำจนพอใจแล้ว ภารกิจตามเบ็ดรอบสองก็เริ่มขึ้น รอบบ่ายก็มักจะไม่ค่อยตื่นเต้นกันเท่าไร ปลาหลบแดดร้อน ไม่ค่อยกินเบ็ดกัน คงไปเอาพักเอาแรงตามรากหญ้าริมตลิ่งมากกว่า ตามเบ็ดมาจนเกือบจะสุดท้ายแล้ว มองเห็นต้นข้าวโยกไปมา หัวใจมันพองโต ไม่ปลาช่อนก็ปลาดุกตัวใหญ่แน่นอน พอเดินมาถึงจุดวางเบ็ด มองตามลงไปตามคันเบ็ด ปลายสายเบ็ดมุดลงไปหลังกอข้าว ไม่รู้ว่าปลาอะไร ค่อยๆ ยกเบ็ดขึ้นมา แต่ก็ทำได้ลำบาก เพราะเบ็ดพันรอบกอข้าวแล้ว แว๊บหนึ่งมีปลายหางโผล่สะบัดมาเหนือน้ำ แน่แล้วสิ ปลาไหลตัวใหญ่นี่เอง ด้วยความกลัวว่าถ้าดึงแรงต้นข้าวจะหลุด แล้วจะโดนป้าว่าให้ และอดมาใส่เบ็ดที่นาป้าอีก จำเป็นต้องมีตัวช่วย เพื่อนใกล้ๆ ก็ถูกเรียกมาช่วยกัน ต่างพากันลุ้นมาปลาไหลจะตัวใหญ่ขนาดไหน เพื่อนคนหนึ่งเอามือลงไปตามสายเบ็ด หมายจะจับปลายกขึ้น แต่ทันใดนั้นเองมันก็ร้องอย่างตกใจ รีบลุกขึ้นร้องโวยวาย สะบัดมือข้างที่จับปลาไปมา แต่มืออีกข้างยังจับคันเบ็ดไว้ ทำให้คันเบ็ด กอข้าวและปลาเจ้ากรรม หลุดลอยขึ้นมาด้วย ภาพปลาไหลตัวสีดำมีเกล็ดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน แต่ปลาไหลกลายร่างเป็นงูกินปลาตัวใหญ่ เหวี่ยงให้หลุด เหวี่ยงให้หลุด เพื่อนอีกคนร้องบอก แล้วคันเบ็ดที่มีงูก็ถูกหมุนเป็นวงกลม พร้อมกับการวิ่งหลบของเพื่อนแต่ละคน กอข้าว ดินโคลน และงูหลุดจากคันเบ็ดไปคนละทาง ต้นข้าวหล่นลงทุ่งนา แต่งูเจ้ากรรม ดันลอยมาพันที่เอว พอรู้ตัวเท่านั้น นักวิ่งโอลิมปิคก็แพ้ความเร็วการวิ่งไม่คิดชีวิตในครั้งนี้ พอตั้งตัวได้ ข้องใส่ปลาก็หายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงหัวเราะของฝูงเพื่อน ทำเอาต้องหัวเราะตาม พอตั้งสติได้ ก็เดินย้อนมาหาข้องที่ตอนนี้ ล้มคว่ำอยู่ริมค้นนา พอจับยกขึ้นมา ฝาข้องหายไป พร้อมกับปลาที่มี เหลือไว้เพียงความวางเปล่า

ตะวันเลื่อนลับลงหลังแนวไม้ กลุ่มเด็กน้อยพากันเก็บคันเบ็ด เตรียมกลับบ้าน ข้องที่เบา ตอนนี้หนักยิ่งกว่าเก่า สายลมยามเย็นพัดโชยมา หอมกลิ่นบ้านทุ่ง กอข้าวโบกมืออำลา เหมือนบอกว่า วันหยุดครั้งหน้า อย่าลืมแวะมาใหม่นะ พอถึงบ้าน แม่ยืนรอที่ชาน ยิ้มให้นิดๆ ก่อนจะถามว่า เป็นไงได้เยอะไหม แทนคำตอบด้วยการยกข้องที่หนักส่งให้แม่ แม่มองลงไปในข้องแล้วก็หัวเราะ ก่อนจะเทหอยขมลงในกะละมังจนหมด พร้อมแซวว่า "เหยื่อไส้เดือนหอยมันกินดีจริงๆ ได้มาเยอะเลย"

Add comment

Security code
Refresh